Super User
ศูนย์บริการร่วม
พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 30 กำหนดให้กระทรวงจะต้องจัดให้ส่วนราชการภายใน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริการประชาชน ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฏหมาย หรือกฎอื่นใด ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติในเรื่องใดๆ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ในกระทรวงเดียวกัน โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการร่วมเพียงแห่งเดียว
จากแนวคิดการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen Centered) และมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อให้การบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะนำมาซึ่งความพึงพอใจสูงสุดของผู้มาใช้บริการ โดยแนวทางหนึ่งนั้น ได้แก่ การนำเสนอเอารูปแบบศูนย์บริการร่วม (Service Link) มาใช้บริการประชาชน ในเรื่องต่างๆ ของหน่วยงานราชการนั้นๆ
ศูนย์บริการร่วม ได้จัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 30 กำหนดให้กระทรวงจะต้องจัดให้ส่วนราชการภายใน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริการประชาชน ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยการปรับปรุงการบริการของรัฐ ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส และสนองตอบต่อความต้องการของประชนยิ่งขึ้น สำหรับรูปแบบ ศูนย์บริการร่วม มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ขอบเขต และองค์ประกอบ ของแต่ละหน่วยงานราชการ
“ศูนย์บริการร่วม” คือ หน่วยให้บริการประชาชน ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง โดยความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทั้งที่เป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ (รัฐวิสาหกิจ) และหน่วยงานภาคเอกชน นำงานบริการของแต่ละหน่วยงาน ทั้งที่มีและไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาร่วมให้บริการ ณ จุดบริการเดียว พร้อมทั้งมีการจัดระบบงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง สามารถปฏิบัติงานให้บริการแทนกันได้ ณ ศูนย์บริการร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้สามารถขอรับบริการได้หลายเรื่องพร้อมกันในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสอบถาม การขอทราบข้อมูล/ข่าวสาร การยื่นเรื่อง และการขออนุญาต หรือการขออนุมัติในเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกันโดยติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการร่วมเพียงแห่งเดียว
“ศูนย์บริการร่วมสถานที่ราชการ หรือเรียกว่า ศูนย์บริการร่วม” เป็นหน่วยให้บริการประชาชนที่มีสถานที่ให้บริการตั้งอยู่ในสถานที่ราชการ โดยนำงานบริการที่หลากหลาย มีขั้นตอนการดำเนินการหลายขั้นตอน หรือต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในหลายหน่วยงาน ที่อยู่ต่างพื้นที่ หรือในพื้นที่เดียวกัน แต่ต่างอาคาร หรือต่างชั้น มารวมให้บริการ ณ จุดเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย ทั้งนี้ ศูนย์บริการร่วม อาจให้บริการเฉพาะในเวลาราชการ หรือทั้งในและนอกเวลาราชการก็ได้
การนำกระบวนงานตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้ลดระยะเวลาการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน จำนวน 17 กระบวนงาน และกระบวนงานเพิ่มเติม มาให้บริการ ณ ศูนย์บริการร่วม
- จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่
- จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน
- จัดเก็บภาษีป้าย
- ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
- สนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภค
- ช่วยเหลือสาธารณภัย
- รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์
- แจ้งเกิด
- แจ้งตาย
- ย้ายที่อยู่
- กำหนดเลขที่บ้าน
- ขอมีบัตรประจำตัวประชาชน (ครั้ง แรก)
- ขอมีบัตรประจำตัวประชาชน (บัตรเดิมหมดอายุ)
- การขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- การขออนุญาตจดตั้งตลาด
- การขออนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร
- การขออนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาถารณะ
- การรับขึ้นทะเบียนเพื่อรับเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ รายใหม่
- การรับแจ้งและยืนยันการมีชีวิตเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ในปีงบประมาณถัดไป
กระบวนงานเพิ่มเติม จำนวน 2 กระบวนงาน
- การรับขึ้นทะเบียนเพื่อรับเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ รายใหม่
- การรับแจ้งและยืนยันการมีชีวิตเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ในปีงบประมาณถัดไป
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลข่าวสาร คือ สิ่งที่สื่อความหมายให้ทราบถึงเรื่องราวหรือข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่ง เรื่องใดโดยในความหมายนี้เน้นที่การสื่อความหมายเป็นหลัก มิได้เน้นที่รูปร่างหรือรูปแบบของความเป็นข้อมูลข่าวสาร กล่าวคือ สิ่งที่เป็นข้อมูลข่าวสารได้นั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปร่าง หรือรูปแบบของกระดาษที่มีข้อความหรือแฟ้มเอกสาร แต่หมายความรวมถึงสิ่งต่างๆ ที่อาจจะปรากฏให้เห็นเป็นข้อความ ตัวเลข สัญลักษณ์ เสียง และสิ่งอื่นๆที่ทำให้มนุษย์สามารถเข้าใจและรู้ความหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นโดยสภาพขอสิ่งนั้นเอง หรือโดยผ่านกรรมวิธีใดๆ เช่น ประจุไฟฟ้าแม่เหล็ก ฟิล์ม ไมโครฟิล์ม รูปภาพ เทปบันทึกเสียง เทปบันทึกภาพ คอมพิวเตอร์ แผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ข้อมูลข่าวสารของราชการ หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแล ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งถือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในบังคับแห่ง พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ดังนั้น ความหมายของคำว่า “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” จึงให้ความสำคัญต่อลักษณะหรือสิทธิในการยึดถือข้อมูลข่าวสารนั้นว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าเนื้อหาสาระของข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐ หรือเกี่ยวข้อกับบุคคลหรือเอกชนใดๆ ก็ได้
ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการได้อย่างไร ?
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดวิธีในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารไว้ 4 วิธี ดังนี้
1.) เปิดเผยโดยการนำข้อมูลข่าวสารที่กฎหมายกำหนดลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยวิธีนี้ประกอบด้วย ข้อมูลที่เกี่ยวกับโครงการสร้างและการจัดการองค์กร สรุปอำนาจหน้าที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูล ข่าวสาร กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หรือหนังสือเวียน ที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎเพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้องและข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
2.) เปิดเผยโดยการตั้งแสดงไว้ในสถานที่ที่หน่วยงานจัดเตรียมไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ด้วยตนเอง ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยโดยวิธีนี้ประกอบด้วย ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน นโยบายหรือการตีความหมายที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 (4) แผนงาน/โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กำลังดำเนินการคู่มือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน สิ่งพิมพ์ที่ได้อ้างถึง มาตรา 7 วรรคสอง สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็น การผูกขาด ตัดตอน หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชน ในการจัดทำบริการสาธารณะ มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี และข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
3.) เปิดเผยตามที่ประชาชนมีคำขอเป็นการเฉพาะราย ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่จะขอให้เปิดเผยโดยวิธีนี้ เป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่นอกเหนือจากข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้น
4.) การเปิดเผยโดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ข้อมูลข่าวสารที่จะขอให้เปิดเผยโดยวิธีนี้ คือ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาค้นค้าเป็นการทั่วไป
เมื่อได้ทราบถึงวิธีการเปิดเผยทั้ง 4 วิธี ดังกล่าวข้างต้นแล้ว กล่าวได้ว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ สรุปได้ดังนี้
1.) โดยการตรวจค้นได้จากราชกิจจานุเบกษา สำหรับข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยโดยวิธีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
2.) โดยการใช้สิทธิเข้าตรวจดูได้ด้วยตนเอง ณ สถานที่ ที่หน่วยงานกำหนดและจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารนั้นไว้สำหรับข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
3.) โดยการไปใช้สิทธิขอดูโดยการยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐ ที่จัดกับหรือครอบครองดูแลข้อมูลข่าวสารที่ต้องการขอดูนั้น สำหรับข้อมูลข่าวสารของราชการปกติทั่วไป
4.) โดยการใช้บริการศึกษาค้นคว้า ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สำหรับข้อมูลข่าวสารที่เป็น “เอกสารประวัติศาสตร์”
“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” หมายความว่าอย่างไร?
“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” คือ ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เป็น “สิ่งเฉพาะตัว” ของบุคคล ไม่ว่าในแง่มุมใด เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติ สุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ประวัติการทำงาน เป็นต้น
ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคลยัง ไม่ถือเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากจะมีสิ่งบ่งชี้ตัวบุคคลด้วยว่าข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นของบุคคลใด โดยอาจเป็น รหัส หมายเลข รูปถ่าย หรือ สิ่งบ่งชี้อย่างอื่นก็ได้
โดยปกติคนเราจะมีความเป็นอยู่ส่วนตัวในการดำรงชีวิตระดับที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้เราเกิดความไม่สบายใจ หรือรำคาญใจ ซึ่งมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญ ได้รับรองว่าบุคคลมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว ผู้ใดจะรุกล้ำความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่นมิได้
ประวัติความเป็นมา

ตราสัญลักษณ์
เมื่อปี พ.ศ. 2477 ได้มี พ่อใหญ่เตีย คำลาจันทร์, พ่อใหญ่พวง พาพะหม, พ่อใหญ่สุข พรมมาโฮม, พ่อใหญ่เมือง พาพะหม, พ่อใหญ่มี ทอนคำผุย ซึ่งเป็นราษฎรอพยพมาจาก บ้านคุ้ม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้ง 5 ครอบครัว ได้มาตั้งบ้านเรือน และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านหนองขี้ควาย" โดยชื่อนั้น ได้มาจาก ชื่อของหนองน้ำขนาดใหญ่ "หนองขี้ควาย" ที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งควายของชาวบ้าน ที่เลี้ยงไว้ ยังได้แวะพักกินน้ำ พร้อมขับถ่ายมูล รอบบริเวณหนองน้ำจำนวนมาก จึงได้เรียกชื่อหนองน้ำว่า "หนองขี้ควาย" เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีราษฎรจาก อำเภอวารินชำราบ, อำเภอเขื่องใน, อำเภอเมืองอุบลราชธานี, อำเภอพนา ได้อพยพเข้ามาเพิ่มอีก ทำให้หมู่บ้านมีขนาดใหญ่ขึ้น มีประชากรมากขึ้น
ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2488 ประชากรในหมู่บ้านขณะนั้นมีอยู่ ประมาณ 60 ถึง 70 หลังคาเรือน ทางอำเภอ จึงได้จัดตั้งชุมชนแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านชื่อ "บ้านนากระแซง" หมู่ที่ 11 อยู่ในเขตการปกครองของ ตำบลสมสะอาด โดยเรียกตามชื่อร่องน้ำ "กระแซง" ซึ่งมี "ต้นกระแซง" ขึ้นอยู่ตามร่องน้ำ และเป็นต้นน้ำของลำห้วยแคน จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านนากระแซง" จนถึงปัจจุบัน มีผู้ใหญ่บ้านขึ้นเคนแรก คือ นายพร โสมาพิมพ์
ด้วยลูกหลานจำนวนมากที่ต้องเรียนหนังสือ แต่ต้องเดินทางในการไปโรงเรียนไกลจากหมู่บ้าน จึงได้ขอจัดตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้น ตั้งชื่อว่า "โรงเรียนบ้านนากระแซง" เมื่อ พ.ศ. 2497 ให้เป็นสาขาของ โรงเรียนบ้านม่วง ตำบลสมสะอาด โดยมี นายบัว กุลเซ็นต์ เป็นครูใหญ่ จึงทำให้ลูกหลานได้ศึกษาเล่าเรียน ในโรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้าน
"บ้านนากระแซง" ได้แยกออกจาก ตำบลสมสะอาด, ตำบลทุ่งเทิง, ตำบลหนองอ้ม, และตำบลนาเจริญ ตามลำดับ จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2526 จึงได้แยกออกจาก ตำบลนาเจริญ และจัดตั้งเป็น "ตำบลนากระแซง" มีพื้นที่รับผิดชอบ ประมาณ 96.64 ตารางกิโลเมตร มีหมู่บ้านทั้งหมด 16 หมู่บ้าน จนถึงปัจจุบัน
https://nakrazang.go.th/hr-management/itemlist/user/904-superuser?start=800#sigProGalleriacd22c458f3
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษีท้องถิ่น
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบ้านเช่า อาคาร ร้านค้า ตึกแถว บริษัท ธนาคาร โรงภาพยนตร์ แฟลต หอพัก คอนโดมิเนียม ร.ร.สอนวิชาชีพ โรงงานอุตสาหกรรม สนามมวย สนามกอล์ฟ ท่าเรือ บ่อนไก่ ฟาร์มสัตว์ คลังสินค้า และบริเวณที่ดินที่ปกติใช้ร่วมรับโรงเรือนนั้น โดยมีห้วงเวลาในการจัดเก็บประจำทุกวันที่ 1 มกราคม ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
การยื่นแบบประเมินและการชำระภาษี
- เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
- ถ้าค่าภาษีเกิน 9,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวดๆละเท่ากัน
- ผู้รับการประเมินต้องชำระเงินภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน
อัตราค่าปรับ
- ผู้ใดละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการมีความผิด โทษปรับไม่เกิน 200 บาท และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี
- ผู้ยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์มีความผิดต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่ เกิน 5 ปี
- ถ้าชำระภาษีเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ให้เสียเงินเพิ่ม ดังนี้
- ไม่เกิน 1 เดือน เสียเงินเพิ่ม 2.5% ของค่าภาษี
- เกิน 1 เดือนแต่ไม่เกิน 2 เดือนเสียเงินเพิ่ม 5% ของค่าภาษี
- เกิน 2 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือนเสียเงินเพิ่ม 7.5%ของค่าภาษี
- เกิน 3 เดือนแต่ไม่เกิน 4 เดือนเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
- เกิน 4 เดือนขึ้นไปให้ยึดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยมิต้องขอให้ศาลสั่งหรือออกหมายยึด
ภาษีบำรุงท้องที่
ภาษีบำรุงท้องที่ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้น โดยมีห้วงจัดเก็บประจำทุก ภาษีบำรุงท้องที่ วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน ของทุกปี
อัตราภาษี
เสียตามราคาปานกลางของที่ดิน มีหลายอัตรา ขอทราบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ ได้โดยตรง ที่ดินว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ จะต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่า ของอัตราปกติ
การอุทธรณ์การฟ้องศาล
- ยื่นอุทธรณ์ผ่านเจ้าพนักงานประเมินภายใน 30 วัน
ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินและการชำระภาษี
- ให้เจ้าของที่ดิน,ผู้ครอบครองที่ดิน ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ,ท.5) และชำระภาษีปีละครั้ง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ถึง 30 เมษายน ของทุกปี
- ผู้ที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่หรือเนื้อที่ดินเปลี่ยนแปลงให้ยื่นแบบนับแต่วันที่โอนกรรมสิทธิ์
อัตราโทษและค่าปรับ
- ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีที่ประเมิน
- ยื่นรายการไม่ถูกต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่ม
- ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้อง ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1 เท่า ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่ม
- ชำระภาษีเกินกำหนดวันที่ 30 เมษายน ต้องเสียเงินเพิ่ม 24% ต่อปี ของค่าภาษี
ภาษีป้าย
ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้าหรือโฆษณาหรือกิจการอื่น เพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษรภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลักจารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น โดยมีห้วงเวลาการจัดเก็บประจำทุกวันที่ ภาษีป้าย 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของทุกปี
อัตราภาษี
- ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน คิดอัตรา 3 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.
- ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ หรือปนกับรูปภาพ หรือเครื่องหมายอื่นคิดอัตรา 20 บาทต่อ 500 ตร.ซม.
- ป้ายดังต่อไปนี้คิดอัตรา 40 บาทต่อ 500 ตร.ซม.
- ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
- ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
- ป้ายที่คำนวณพื้นที่และประเภทของป้ายแล้ว เสียภาษีต่ำกว่า 200 บาท ให้เสียในอัตรา 200 บาท
การยื่นแบบประเมินและการชำระภาษี
- ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ตั้งแต่ 2 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของทุกปี โดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่ติดตั้งใหม่ให้ยื่นแบบแสดงรายการภายใน 15 วัน
- ชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่
- ถ้าภาษีป้ายเกิน 3,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวดๆละเท่ากัน
อัตราโทษและค่าปรับ
- ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน เดือนมีนาคมหรือหลังติดตั้งป้าย 15 วันเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
- ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้องทำให้ค่าภาษีน้อยลง ต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
- ไม่ชำระเงินภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแจ้งการประเมินเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน ของค่าภาษีเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
ใบอนุญาตกิจการประเภทต่างที่ต้องมีการควบคุม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 71 แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และมาตรา 32, 54 และ 63 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ออกข้อบังคับไว้ให้กิจการประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุม
- กิจการที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงไก่,หมู ฯลฯ
- กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม
- กิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร
- กิจการที่เกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล
- กิจการที่เกี่ยวกับการบริการเช่น ตู้เกมส์ ร้านเสริมสวย หอพัก ฯลฯ
- กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอเช่นการเย็บผ้าด้วยเครื่องจักร ซักอบรีด ฯลฯ
- กิจการที่เกี่ยวกับ หิน ดิน ทราย ซีเมนต์
- กิจการที่เกี่ยวกับยา
- กิจการที่เกี่ยวกับไม้
- กิจการที่เกี่ยวกับปิโตรเลียม ถ่านหิน สารเคมี แก๊ส น้ำมัน เป็นต้น
เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาต
- บัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยอาคาร
- เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าสมควร เรียกเพิ่มเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต
อัตราโทษและค่าปรับ
- ผู้ประกอบการค้ารายใด ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ ต้องระวางโทษตามบทกำหนดโทษแห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามกำหนดเวลาเสียค่าปรับเพิ่ม 20% ของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เว้นแต่จะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการก่อนกำหนด การเสียค่าธรรมเนียมตามข้อบังคับนี้
ติดต่อชำระภาษี
งานจัดเก็บรายได้ กองคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี 34160. โทร. 045-210252 แฟกซ์ 045-210252 อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
"ท้องถิ่นดี ภาษีช่วย ท้องถิ่นสวย ภาษีสร้าง"
วิสัยทัศน์-พันธกิจ
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง เป็นผู้บริหารสูงสุด มีภารกิจอำนาจหน้าที่ภายใต้ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับและมติครม.ที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนด วิสัยทัศน์การพัฒนา (vision) การพัฒนา ภาพการณ์ที่ปรารถนาให้เกิดขึ้นในอนาคต ของ องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง ดังนี้
วิสัยทัศน์ (Vision)
วิสัยทัศน์การพัฒนา (vision) หมายถึง สภาพการณ์ที่เราปรารถนาให้เกิดขึ้นในอนาคต
"เมืองน่าอยู่ เมืองคนดีมีศีลธรรม เมืองไร้มลพิษ มีชีวิตชีวาเมืองนำเกษตรก้าวหน้า ปลอดยาเสพติด"
พันธกิจ (Mission)
พันธกิจ (Mission) หมายถึง ขอบเขตของบทบาทหน้าที่หลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จำเป็นต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ (ต้องทำอะไรถึงจะบรรลุตามวิสัยทัศน์ที่เรากำหนดไว้)
- ปรับปรุงและพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการให้ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคตและเศรษฐกิจของท้องถิ่น
- การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคน ครอบครัว และชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
- การสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การวางแผน พัฒนา การตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารและการปกครอง
- ปรับปรุงและพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม อันดีงามและภูมิปัญญาของท้องถิ่น
- การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและการบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการที่ดี
- การจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
- การเพิ่มศักยภาพของผังเมืองให้เป็นเครื่องมือชี้นำและสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านอื่นๆ
เป้าประสงค์ (Goal)
เป้าประสงค์ หมายถึง การระบุสภาพที่ต้องการให้สำเร็จ (การดำเนินการ เพื่อให้เกิดอะไร ถึงจะบรรลุตามวิสัยทัศน์หรือภาพความสำเร็จของวิสัยทัศน์)
- การคมนาคมสะดวก
- ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เพียงพอและทั่วถึง
- การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพตามแนวธรรมาภิบาล
- การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น
- ประชาชนดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
- ส่งเสริมการศึกษา อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
- ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
- จัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไม่ให้เกิดมลพิษและมีความยั่งยืน
- ชุมชนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุได้รับการช่วยเหลือ
กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
นางสาวสุพรทิพย์ สมสมัย
รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง รักษาราชการแทน
ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โทร. 085-0160950
นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ
นางสาวนงพงา โคตะละ
ครู คศ.1
063-0175092
นางสาวชมพู พรมทำ
ผู้ช่วยนักวิชาการศึกษา
084-8246834
ว่าที่ร.ต.หญิงปิยะมาศ วรรณสุทธิ์
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
094-8897797
นางสมปอง สุริยวงศ์
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
065-0045002
นางสาวดวงจันทร์ พิมพ์ไชย
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
065-7627847
นางสาวพัทธนันท์ รากแก่น
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
099-0401524
นางสาวธัญญลักษณ์ อ่อนวรรณะ
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
094-9065769
นางประภารัตน์ ใยรัมย์
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
085-0158094
นางสาวแก้วกิริยา วรพุฒ
ผู้ดูแลเด็ก (ทักษะ)
098-1947858
นางสาวจิราพร อรรคธรรม
ผู้ดูแลเด็ก(ทักษะ)
080-2354788
นางสาวเยาวลักษณ์ พวงจำปา
ผู้ดูแลเด็ก
093-0781335
นางสาวนิภา คาคหมาย
ผู้ดูแลเด็ก
061-0512119
นางบุญสนอง แก่นการ
ผู้ดูแลเด็ก
096-4199708
นางสาวชลธี ทองชุม
ผู้ดูแลเด็ก
096-2090310
นางสาวกฤตยา ธานี
ผู้ดูแลเด็ก
099-2721537
นางสาวชฎาพร ประทุมแย้ม
ผู้ดูแลเด็ก
096-4199708
นางสาวพิมภิสร รูปเลิศ
ผู้ดูแลเด็ก
063-3901507
นางมณี พันธ์ทอง
พนักงานจ้างเหมาบริการ
065-4410159
นางสาวอภิญญา เกื้อกล่อม
พนักงานจ้างเหมาบริการ
062-1173878
นางสาวอารีรัตน์ นอลา
พนักงานจ้างเหมาบริการ
0816702893
กองช่าง
นายเดชา จันทุมา
ผู้อำนวยการกองช่าง
โทร. 087-8691545
นายศุภกฤษณ์ บุญสนอง
นักจัดการงานช่างชำนาญการ
087-8684846
นายช่างโยธา
นายช่างสำรวจ
นายสุพจน์ วิลัยศรี
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
061-8037298
นายธนดล กุมภิโร
ผู้ช่วยนายช่างไฟฟ้า
088-0822617
นางสาวอังศุมาลิน ก้อนคำ
พนักงานจ้างเหมาบริการกองช่าง
061-9602924
นายวุฒิศักดิ์ ระดาบุตร
พนักงานจ้างเหมาบริการ
083-4519928
นางสาวมินตรา สายระดา
พนักงานจ้างเหมาบริการ
092-5928593
กองคลัง
นางสาวสุภัทราภรณ์ จิตรโภคา
นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองคลัง
โทร. 096-7871166
นางสาวสุภัทราภรณ์ จิตรโภคา
นักวิชาการเงินและบัญชีปฎิบัติการ
096-7871166
จ่าสิบเอกอิทธิพล อบมาพันธ์
เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน
062-1859094
เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้
นางสาววงเดือน พรมลี
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
063-2659644
นางสาวตุลินี ตระการจันทร์
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานพัสดุ
082-0964891
นายเจตนิพัทธ์ รูปเลิศกิจกุล
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้
082-3207367
นางสาวหนูจันทร์ วันเพ็ญ
พนักงานจ้างเหมาบริการ
087-5860738
นางสาวบัวทอง ศรีไค
พนักงานจ้างเหมาบริการ
099-3938500
นางสาววราพร ลุนลาน
พนักงานจ้างเหมาบริการ
061-5175589
สำนักปลัด
สิบเอกอัครชัย พวงจินดา
หัวหน้าฝ่ายปกครอง รักษาราชการแทน
หัวหน้าสำนักปลัด
โทร.080-6726462
สิบเอกอัครชัย พวงจินดา
หัวหน้าฝ่ายปกครอง
080-6726462
นางสาวรุ่งทิพย์ แสนทวีสุข
หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ
089-5835359
นางสาววรรณภา ช่วงไชย
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
084-1574525
นางสาวขนิษฐา บุญห่อ
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ
080-3193140
นางสาวสิริกมล ศรีดาโคตร
นักจัดการงานทั่วไปปฎิบัติการ
065-0988542
นางสาวกรวิกา น้อยวังคลัง
นักทรัพยากรบุคคลปฎิบัติการ
064-0435846
จ่าเอกปรีชา วงศ์มาเกษ
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน
087-7842216
นางสาวชนัญชิดา กัลญาณี
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
098-1739495
นางสาวขวัญฤทัย นัยเนตร
เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฎิบัติงาน
080-3193140
นางสาวสุพัตรา สารัง
ผู้ช่วยนักทรัพยากรบุคคล
098-2141987
นางเบญจวรรณ ไพดี
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์นโยบายและแผน
089-8446301
นางสาวรฐา สมสมัย
ผู้ช่วยนักจัดการงานทั่วไป
092-6273631
นายอนิวัฒน์ เจริญทัศน์
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
065-296-5862
ว่าที่ร้อยตรีหญิงบุศรินทร์ อินทร์ขาว
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
062-1953884
นางสาวกุลสตรี รากแก่น
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานสุขาภิบาล
080-4598943
นายวุฒิชัย สีลากุล
พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา
093-4490966
นายศรชัย ไกรสีทุม
พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา
062-6722040
นายบัวขาว จันทรประไพ
นักการภารโรง
094-4674608
นางสาวนันทภร ปะมาคะเต
พนักงานจ้างเหมาบริการสำนักปลัด
098-2141987
นางสาวทิพย์วิภา อ้อมทรัพย์
พนักงานจ้างเหมาบริการสำนักปลัด
นางสาวธนพร พาพหม
พนักงานจ้างเหมาบริการสำนักปลัด
098-7322729
นายศักดิ์ศรี รูปอ้วน
พนักงานจ้างเหมาบริการสำนักปลัด
098-2141987
นายทนงศักดิ์ บุญแสง
พนักงานช่วยคน
087-6492086
นายวัชระ คูเมือง
พนักงานช่วยชีวิตคน
0890869881
นายอาทิตย์ ช่วงไชย
พนักงานช่วยชีวิตคน
085-0310402
นายชาติชาย ช่วงไชย
พนักงานช่วยชีวิตคน
094-2650787
นายสุริยา สว่างเนตร
พนักงานช่วยชีวิตคน
062-5063704
นายถาวร อัญโย
พนักงานช่วยชีวิตคน
082-8608780
นายบุญมี รูปอ้วน
พนักงานช่วยชีวิตคน
085-7766482
นายวิชิต หอมหวล
พนักงานช่วยชีวิตคน
098-5620001
นายจุลจักร รากแก่น
พนักงานช่วยชีวิตคน
080-4556997
สมาชิกสภา
นายบัญญัติ จันทร์เลื่อน
โทร.099-2100060
ประธานสภา
นายอุทัยจรูญ คูณมี
โทร.066-1419693
รองประธานสภา
จ่าเอกวรวิชญ์ วงศ์คำ
โทร.084-3883219
เลขานุการสภา
นายคำมั่น สังฆะสี
โทร.098-4607883
ส.อบต. ม.1
นายที นวลจันทร์
โทร.092-3840768
ส.อบต. ม.2
นายสายชล ธิมาทาน
โทร.061-0919928
ส.อบต. ม.3
นายไพทูลย์ สวัสดี
โทร.065-6523409
ส.อบต. ม.4
นายอุทัยจรูญ คูณมี
โทร.066-1419693
ส.อบต. ม.5
นางจำเนียร พรมด้วง
โทร.084-3021294
ส.อบต. ม.6
นางน้อย กุศลพันธ์
โทร.066-0073955
ส.อบต. ม.7
นายสมพร โสดาลาด
โทร.093-1060095
ส.อบต. ม.8
นายบุญเลื่อน สีทอง
โทร.096-9656741
ส.อบต. ม.9
นายมี พรมศรี
โทร.080-0909560
ส.อบต. ม.10
นายสีฟอง พรมมาโฮม
โทร.082-5302116
ส.อบต. ม.11
นางไพรวรรณ อุริวงค์
โทร.066-0072233
ส.อบต. ม.12
นายบัวเรียน แสงสุข
โทร.065-8501236
ส.อบต. ม.13
นายบัญญัติ จันทร์เลื่อน
โทร.099-2100060
ส.อบต. ม.14
นางเพ็ญแข วงศ์คำ
โทร.089-4288246
ส.อบต. ม.15
นายวีระศักดิ์ บุญสมยา
โทร.081-11869711
ส.อบต. ม.16
