Super User
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างโครงการก่อสร้างถนน คสล. หมู่ ๑๕ บ้านป่าติ้ว ซอยพ่อใหญ่สาย โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (เลขที่โครงการ : 66049325680)
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างโครงการปรับปรุงถนนดินโดยลงลูกรัง บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ที่ ๗ สายบ้านหนองเงินฮ้อย-หนองโพธิ์ไฮ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (เลขที่โครงการ : 66049286691)
โรงเรียนนากระแซงศึกษา บ้านนากระแซง ตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
โรงเรียนนากระแซงศึกษา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 บ้านนากระแซง ตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี 34160 โรงเรียนนากระแซงศึกษา เป็นสาขาของโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา จัดตั้งขึ้นในปีการศึกษา 2532 โดยสภาตำบลนากระแซงศึกษาร่วมกับโรงเรียนบ้านนากระแซง และโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา ได้ร่วมกันจัดหน่วยเรียนเคลื่อนที่ โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดห้องเรียน ห้องพักครู เปิดทำการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ห้อง มีนักเรียนจำนวน 73 คน โดยมีนายพิเชษฐ์ วิเศษรอด ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารโรงเรียนในปีการศึกษา 2534 สภาตำบลนากระแซงศึกษา ได้มอบที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 48 ไร่ เพื่อสร้างเป็นอาคารเรียนชั่วคราวได้รับความอนุเคราะห์อุปกรณ์และแรงงาน ในการก่อสร้างจากผู้ปกครองนักเรียนตำบลนากระแซงและตำบลนาเจริญจนเสร็จ ปีการศึกษา 2535 กระทรวงศึกษาธิการ อนุมัติให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนนากระแซงศึกษา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560
- พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562
- พระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2556
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
- พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559
- พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2560
- พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561
- พระราชกฤษฎีกาให้นำราคาปานกลางของที่ดินที่ใช้อยู่ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี พ.ศ.2521 ถึง พ.ศ.2524 มาใช้ในการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปี พ.ศ.2562
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556
- พระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2556
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับภาษาอังกฤษ)
- พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖
- พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
- พระราชกฤษฎีกากำหนดเงินประจำตำแหน่งเงินค่าเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานสภาเมืองพัทยารองประธานสภาเมืองพัทยาสมาชิกสภาเมืองพัทยาเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยาผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยาและกรรมการหรืออนุกรรมการของสภาเมืองพัทยาฉบับที่2พ.ศ.2548
- พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2552
- พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2552
- พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552
- พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2525
- พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2521
- พระราชกฤษฎีการะเบีย บพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2542
- พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานส่วนตำบล พ.ศ.2539
- พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนกรรมการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 พ.ศ.2543
- พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนกรรมการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550
- พระราชกฤษฎีกากำหนดเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของนายกเมืองพัทยา รองนายกเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา และประธานที่ปรึกษาหรือที่ปรึกษาของนายกเมืองพัทยา พ.ศ.2543
- พระราชกฤษฎีกากำหนดเงินประจำตำแหน่ง เงินค่าเบี้ยประชุมและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานสภาเมืองพัทยา รองประธานสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา เลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยาและกรรมการหรืออนุกรรมการของสภาเมืองพัทยา พ.ศ.2543
- พระราชกฤษฎีกากำหนดท้องที่กันดารที่จะต้องเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2500 พ.ศ.2501
- พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562
- พระราชบัญญัสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562
หน่วยตรวจสอบภายใน
จ่าเอกวรวิชญ์ วงศ์คำ
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง
กองสวัสดิการสังคม
นางสาวจุติภรณ์ แก้วศรีทอง
ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม
โทร. 090-2452940
นายเศรษฐพงศ์ โพธิ์ชัย
นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ
โทร. 080-0530848
นายพุฒิธร ถิรดาธนานนท์
ผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชน
095-4732194
นางสาวสุชาดา โพธิปัด
พนักงานจ้างเหมาบริการ
092-2493273
ผังโครงสร้างหน่วยงาน
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดทำข้อมูลผังโครงสร้างหน่วยงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ แก่ผู้สนใจ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาด้วยนี้ จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สภาพทั่วไป
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง เป็น องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง เป็นองค์ปกครองท้องถิ่น 1 ใน 17 องค์กรปกครองท้องถิ่น ในเขตปกครองของ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ตำบลนากระแซงในอดีต ขึ้นกับ ตำบลนาเจริญ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมา ในปี พ.ศ. 2526 ได้แยกออกมาตั้งเป็น ตำบลนากระแซง ปัจจุบันตำบลนากระแซง มีหมู่บ้านในเขตปกครอง ทั้งสิ้น จำนวน 16 หมู่บ้าน ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของอำเภอเดชอุดม ห่างจากที่ว่าการอำเภอเดชอุดม ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร และจังหวัดอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร
เนื้อที่
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีเนืื้อที่ประมาณ 96.60 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 16 หมู่บ้าน
อาณาเขต
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนาเจริญ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
- ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลสมสะอาด อำเภอเดชอุดม และตำบลหนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
ลักษณะภูมิเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของตำบลนากระแซง มีภาพพื้นที่ ทั่วไป เป็นที่ราบสูงอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการทำนา และการเกษตรอื่นๆ
ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศของตำบลนากระแซง มีลักษณะภูมิอากาศ มี 3 ฤดู ได้แก่
- ฤดูร้อน ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน
- ฤดูฝน ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม
- ฤดูหนาว ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม
ลักษณะของดิน
สภาพทั่วไปของดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ประกอบด้วยทราย 60% ดินร่วน 40% เหมาะกับการทำการเกษตร
ลักษณะของแหล่งน้ำ
พื้นที่รับผิดชอบตำบลนากระแซง มีลำห้วย หนองน้ำ คลองบึง ไหลผ่านแบ่งเป็นสายสำคัญ ดังนี้
แหล่งน้ำตามธรรมชาติ
- ห้วยข้าวสาร ตั้งอยู่ที่ บ้านเตย หมู่ 8 มีฝายคอนกรีต ขนาดสันฝายยาว 20.00 เมตร สูง 3 เมตร ความยาว อาคารตามลำน้ำประมาณ 58 เมตร ความจุ ต้นฤดูแล้ง ประมาณ 153,800 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค เสริมการเพาะปลูกฤดูแล้ง มีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์ประมาณ 750 ไร่ ประมาณ 60 ครัวเรือน
- ห้วยส้มโฮง ตั้งอยู่ที่ บ้านนากระแซง หมู่ 1 ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 5,000 เมตร ลึก 2.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 150,000 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 65 ไร่
- ห้วยพาก ตั้งอยู่ที่ บ้านดอนกลาง หมู่9 ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 3,000 เมตร ลึก 2.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 90,600 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 40 ไร่
- ห้วยดวน ตั้งอยู่ที่ บ้านคำประเสริฐ หมู่ 12 ฝายคอนกรีต ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 3,500 เมตร ลึก 2.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 105,000 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 38 ไร่
- ห้วยบก ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ 7 ขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 5,500 เมตร ลึก 3.00 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 231,000 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลุกเฉลี่ยประมาณ 63 ไร่
- ห้วยร่องวัวตาย ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนสวาง หมู่ 4 ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 4,000 เมตร ลึก 2.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 120,000 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 25 ไร่
- ห้วยเต่างอย ตั้งอยู่ที่ บ้านไทยวัฒนา หมู่ 3 ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 6,700 เมตร ลึก 2.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 201,000 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 57 ไร่
- ห้วยอาราง ตั้งอยู่ที่ บ้านหม้อทอง หมู่ 6 ขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 6,500 เมตร ลึก 3.50 เมตร ความจุในการเก็บน้ำ 409,500 ลูกบาตรเมตร ใช้เพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 80 ไร่
แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น
- หนองใหญ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านนากระแซง หมู่ 13 ขนาดกว้าง 50 เมตร ยาว 120 เมตร ลึก 4.50 เมตร ปริมาณความจุ 27,000 ลูกบาตรเมตร ใช้ประโยชนในการอนุรักษ์พันธุสัตว์น้ำจืด ประชากรที่ได้รับประโยชน์ ในการใช้น้ำ บ้านนากระแซง หมู่ 13 บ้านนากระแซง หมู่ 2 บ้านนากระแซง หมู่ 1
- หนองน้ำบ้านหนองแต้ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองแต้ หมู่ 5 ขนาดกว้าง 50 เมตร ยาว 100 เมตร ลึก 3.50 เมตรปริมาณความจุ 17,500 ลูกบาตรเมตร ใช้ประโยชนในการอนุรักษ์พันธุสัตว์น้ำจืด ประชากรที่ได้รับประโยชน์ ในการใช้น้ำ บ้านหนองแต้ หมู่ 5
- หนองน้ำบ้านหม้อทอง ตั้งอยู่ที่ บ้านหม้อทอง หมู่ 6 ขนาดกว้าง 120 เมตร ยาว 200 เมตร ลึก 3.50 เมตรปริมาณความจุ 84,000 ลูกบาตรเมตร ใช้ประโยชนในการอนุรักษ์พันธุสัตว์น้ำจืด ประชากรที่ได้รับประโยชน์ ในการใช้น้ำ บ้านหม้อทอง หมู่ 6
- หนองทับควายบ้านนากระแซง ตั้งอยู่ที่ บ้านนากระแซง หมู่ 16 ขนาดกว้าง 75 เมตร ยาว 210 เมตร ลึก 3.50 เมตรปริมาณความจุ 55,125 ลูกบาตรเมตร ใช้ประโยชนในการอนุรักษ์พันธุสัตว์น้ำจืด และปลูกพืชฤดูแล้ง ประชากรที่ได้รับประโยชน ในการใช้น้ำ บ้านนากระแซง หมู่ 16
- หนองน้ำบ้านหนองเงินฮ้อย ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ 7 ขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 120 เมตร ลึก 2.00 เมตรปริมาณความจุ 16,800 ลูกบาตรเมตร ใช้ประโยชนในการอนุรักษ์พันธุสัตว์น้ำจืดและปลูกพืชฤดูแล้ง ประชากรที่ได้รับประโยชน ในการใช้น้ำ บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ 7
ลักษณะของไม้/ป่าไม้
ป่าไม้ในเขตพื้นที่ตำบลนากระแซง มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น แบบป่าโปร่งผสม ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่น้อย ไม่สามารถนำมาเป็นผลผลิต หรือสร้างรายได้แก่ประชาชนได้
เขตการปกครอง
เขตพื้นที่รับผิดชอบ องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีหมู่บ้านในเขตปกครอง ทั้งหมด 16 หมู่บ้าน เต็มส่วนทั้ง 16 หมู่บ้าน
เขตการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน มีจำนวน 16 หมู่บ้าน แบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 17 หน่วยเลือกตั้ง (เนื่องจากหมู่ที่ 7 มีประชากรหนาแน่นได้แบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 2 เขตเลือกตั้งใน 1 หมู่บ้าน)
ประชากร
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีประชากรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งสิ้น 13,548 คน แยกเป็น ชาย 6,792 หญิง 6,756 คน มีจำนวนหลังคาเรือน ทั้งสิ้น 4,291 หลังคาเรือน ดังนี้
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ชาย | หญิง | ครัวเรือน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | บ้านนากระแซง | 468 | 436 | 281 |
| 2 | บ้านนากระแซง | 438 | 439 | 283 |
| 3 | บ้านไทยวัฒนา | 631 | 583 | 435 |
| 4 | บ้านโนนสวาง | 399 | 403 | 227 |
| 5 | บ้านหนองแต้ | 557 | 595 | 361 |
| 6 | บ้านหม้อทอง | 509 | 498 | 360 |
| 7 | บ้านหนองเงินฮ้อย | 736 | 719 | 497 |
| 8 | บ้านเตย | 528 | 571 | 371 |
| 9 | บ้านดอนกลาง | 657 | 674 | 328 |
| 10 | บ้านหนองไฮ | 413 | 229 | 254 |
| 11 | บ้านอุดมพัฒนา | 242 | 226 | 206 |
| 12 | บ้านคำประเสริฐ | 208 | 191 | 87 |
| 13 | บ้านนากระแซง | 414 | 401 | 245 |
| 14 | บ้านไร่ศรีสุข | 221 | 200 | 152 |
| 15 | บ้านป่าติ้ว | 151 | 131 | 80 |
| 16 | บ้านนากระแซง | 220 | 244 | 124 |
ที่มา : ข้อมูลจากฝ่ายทะเบียนราษฎร์ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ณ วันที่ 30 กันยายน 2559
การศึกษา
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มี โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 9 แห่ง ดังนี้
- โรงเรียนบ้านนากระแซง
- โรงเรียนพิชัยศึกษา
- โรงเรียนบ้านโนนสวาง
- โรงเรียนบ้านหนองแต้
- โรงเรียนบ้านหม้อทอง
- โรงเรียนบ้านหนองเงินฮ้อย
- โรงเรียนบ้านเตย
- โรงเรียนบ้านดอนกลาง
- โรงเรียนบ้านหนองไฮ
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มี โรงเรียนมัธยมศึกษาศึกษา จำนวน 1 แห่ง ดังนี้
- โรงเรียนนากระแซงศึกษา
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน จำนวน 4 แห่ง ดังนี้
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบ้านหนองเงินฮ้อย
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบ้านหนองไฮ
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบ้านนากระแซง
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบ้านหนองแต้
การสาธารณสุข
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีหน่วยพยาบาล ที่ให้บริการแก่ประชาชนในเขตพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนากระแซง หมู่ที่ 1
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเงินฮ้อย หมู่ที่ 7
อาญากรรม
ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีสถิติการเกิดเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นน้อยมาก ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในระดับที่ดี
การสังคมสงเคราะห์
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซงได้ดำเนินการด้านสงคมสังเคราะห์ ดังนี้
- ดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์
- รับลงทะเบียนและประสานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
- ประสานการทำบัตรผู้พิการ
- ตั้งโครงการฝึกอาชีพแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป
- ตั้งโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ
- ตั้งโครงการสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- ตั้งโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านคนจน
การคมนาคมขนส่ง
ถนนทางหลวงหมายเลข 24 โชคชัย - เดชอุดม, ถนนทางหลวงชนบท, นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสายย่อยๆ ในพื้นที่อีกหลายสาย อาทิ
- ถนนบ้านนากระแซง หมู่ 1 – บ้านป่าโมง ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 13 กม. ประชากรที่ได้รับประโยชน์ ชาวบ้านตำบลนากระแซง ตำบลนาเจริญ ตำบลป่าโมง
- ถนนบ้านนากระแซง หมู่ 16 – บ้านสี่แยก ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 4,500 เมตร ประชากรที่ได้รับประโยชน์ บ้านนากระแซง หมู่ 16 - บ้านสี่แยก ตำบลนาเจริญ
- ถนนบ้านนากระแซง หมู่ 2 – บ้านหนองไฮ หมู่ 10 ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 4,500 เมตร ประชากรที่ได้รับประโยชน์ บ้านนากระแซง หมู่ 2 บ้านโนนสวาง หมู่ 4 บ้านดอนกลาง หมู่ 9 บ้านหนองไฮ หมู่ 10 (ทางเชื่อมระหว่างตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม ถึงตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง)
- ถนนบ้านนากระแซง หมู่13 – บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ 7 ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 4,800 เมตร ประชากรที่ได้รับประโยชน์ บ้านนากระแซง หมู่ 13 – บ้านหนองเงินฮ้อย หมู่ 7
ไฟฟ้า
ปัจจุบันในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน จำนวน 16 หมู่บ้าน คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่มีในพื้นที่คือไฟฟ้าส่องสว่างตามทางสาธารณะยังไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด
การประปา
ปัจจุบันในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีระบบประปาหมู่บ้าน ใช้ครอบคลุมทุกครัวเรือน คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มีปัญหา คือ การไหลของน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในการอุปโภค บริโภค
โทรศัพท์
องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีโทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่ จำนวน 10 แห่ง
การเกษตร
ประชากรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร อาทิ ทำนา สวนฟักทอง สวนพริก สวนข้าวโพด ฯลฯ เพื่อเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ฟักทอง พริก ข่าวโพด ปอ ไม้ผล ไม้ยืนต้น
- ปลูกข้าวนาปี พันธุ์ กข 15, กข 105
- ปลูกพืชฤดูแล้ง เช่น เดือน พฤศจิกายน – มิถุนายน ของทุกปี เช่น ฟักทอง, พริก,ข้าวโพด
การบริการ
- ปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง
- ร้านขายวัสดุก่อสร้าง 41 แห่ง
กลุ่มอาชีพ
- กลุ่มสตรีตัดเย็บผ้าบ้านไทยวัฒนา หมู่ที่ 3 (ตัดเย็บเสื้อผ้า)
- กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร หมู่ที่ 5 (จักสาน /ทอเสื่อ/หวด)
- กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหม้อทอง หมู่ที่ 6 (แปรรูปข้าวกล้องงอก)
- กลุ่มแม่บ้านเพื่อการผลิต หมู่ที่ 7 (ทอผ้าแพรขิดและทอเสื่อ)
- กลุ่มพัฒนาอาชีพตรี หมู่ที่ 9 (ทอผ้าห่มไหมพรม/ทอเสื่อปิกนิ๊กและสวิง)
- กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมู่ที่ 10 (ทอเสื่อจากใบเตย)
- กลุ่มแม่บ้านทอเสื่อหนองไฮ หมู่ที่ 10 (ทอเสื่อจากใบเตย)
- กลุ่มพัฒนาอาชีพสตรี หมู่ที่ 13 (ทอผ้าซิ่น/ผ้าขาวม้า)
- กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร หมู่ที่ 16 (ผลิตทอเสื่อกก/หวด)
การศาสนา
ประชาชนในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนกลาง มีผู้ที่นับถือ ศาสนาพุทธ ร้อยละ 98
- วัด จำนวน. 14 แห่ง
- ที่พกสงฆ์ จำนวน 6 แห่ง
- โบสถ์ (คริสต์) จำนวน 1 แห่ง
ประเพณี
- เดือนห้า-สงกรานต์
- เดือนหก-บุญบั้งไฟ
- เดือนเจ็ด-บุญซำฮะ
- เดือนสี่-บุญเผวส
- เดือนหก-บุญบั้งไฟ
- เดือนเจ็ด-บุญซำฮะ
- เดือนแปด-บุญเข้าพรรษา
- เดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน
- เดือนสิบ-บุญข้าวสาก
- เดือนสิบเอ็ด-บุญออกพรรษา
- เดือนสิบสอง-บุญกฐิน
ภูมิปัญญาท้องถิ่นและภาษาถิ่น
ประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง ได้อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ ได้แก่ การทำเครื่องจักรสาน การทอผ้าไหม ทอผ้ากาบบัว หมอพราหมณ์ ศิลปะดนตรี (หมอแคน หมอลำ)
ประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนากระแซง มีภาษาท้องถิ่น คือ ภาษาอีสาน (ลาว)
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
ได้แก่ ผ้ากาบบัว การทอผ้ากาบบัว การทอผ้าห่ม การทอเสื่อ การทำเครื่องจักสาน ประกอบด้วย
- กลุ่มสตรีตัดเย็บผ้าบ้านไทยวัฒนา หมู่ที่ 3 (ตัดเย็บเสื้อผ้า)
- กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร หมู่ที่ 5 (จักสาน /ทอเสื่อ/หวด)
- กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหม้อทอง หมู่ที่ 6 (แปรรูปข้าวกล้องงอก)
- กลุ่มแม่บ้านเพื่อการผลิต หมู่ที่ 7 (ทอผ้าแพรขิดและทอเสื่อ)
- กลุ่มพัฒนาอาชีพตรี หมู่ที่ 9 (ทอผ้าห่มไหมพรม /ทอเสื่อปิกนิ๊กและสวิง)
- กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมู่ที่ 10 (ทอเสื่อจากใบเตย)
- กลุ่มแม่บ้านทอเสื่อหนองไฮ หมู่ที่ 10 (ทอเสื่อจากใบเตย)
ถาม-ตอบ Q&A
- ถาม : เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ออกวันไหนค่ะ ?
- ตอบ : ไม่เกินวันที่ 10 ของทุกเดือนคะ
- ถาม : ชำระภาษีโรงเรือนช่วงพักเที่ยงได้ไหมครับ ?
- ตอบ : ได้ค่ะ มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ ไม่พักกลางวันค่ะ
- ถาม : สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าได้รึยังค่ะ ?
- ตอบ : เปิดให้บริการแล้วนะค่ะ
- ถาม : ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (Government e-Service) คืออะไร ?
- ตอบ : ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ คือ การให้บริการข้อมูลและการทำธุรกรรมของภาครัฐผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขอรับบริการ เกณฑ์ในการพิจารณาว่าระบบสารสนเทศของหน่วยงานจัดว่าเป็นระบบบริการ อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ครอบคลุมถึงการให้บริการกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคคลภายนอกหรือไม่ โดยกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้ง ประชาชน หน่วยราชการ ภาคธุรกิจ และองค์กร และมีการให้ข้อมูล สนับสนุน หรือให้บริการที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานท่านหรือไม่
การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization )
ความหมายของ "การจัดการความรู้" (Knowledge Management: KM)
การจัดการความรู้ หรือ KM ซึ่งที่ย่อมาจากคำว่า “Knowledge Management” คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล หรือ เอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็ นผู้รู้ นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภา พ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด (อ้างอิงจาก สำนักงาน ก.พ.ร.)
KM ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยให้มีการสร้าง รวบรวม จัดระบบ เผยแพร่ ถ่ายโอนความรู้ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ต่างๆ ได้ทันเวลา และทันเหตุการณ์ จะส่งผลให้การปฏิบัติงานของคนในองค์กรมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization )
ความหมายและรูปแบบของความรู้
ความรู้ คือ สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษา เล่าเรียน การค้นคว้า หรือประสบการณ์ รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะความเข้าใจ หรือ สารสนเทศที่ได้รับมาจากประสบการณ์ สิ่งที่ได้รับมาจากการได้ยิน ได้ฟัง การคิด หรือ การปฏิบัติ องค์วิชาในแต่ละสาขา (ที่มา : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
รูปแบบของความรู้ มี 2 ประเภท คือ
1. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ เอกสาร กฏระเบียบ วิธีการปฏิบัติงาน สื่อต่างๆ เช่น VCD DVD Internet เทป เป็นต้น และบางครั้งเรียกว่า ความรู้แบบรูปธรรม
2. ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่า ง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด หรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ ประสบการณ์ แนวความคิด บางครั้งจึงเรียกว่า ความรู้แบบนามธรรม
การกำหนดขอบเขตและเป้าหมายของการจัดการความรู้
ก่อนที่จะมี จัดการความรู้ หรือทำ KM จะต้องมีการกำหนดขอบเขต และเป้าหมาย KM ก่อน ซึ่ง ขอบเขต KM เป็นหัวเรื่องกว้าง ๆของความรู้ที่จำเป็นและสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนบริห ารราชการแผ่นดิน ซึ่งต้องการจะนำมากำหนดเป้าหมาย KM ซึ่งแต่ละองค์กรสามารถใช้แนวทาง ในการกำหนดขอบเขตและเป้าหมาย KM เพื่อจัดทำแผนการจัดการความรู้ขององค์กร ได้ 4 แนวทาง คือ
- แนวทางที่ 1 เป็นความรู้ที่จำเป็นและสนับสนุนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ขององค์กร
- แนวทางที่ 2 เป็นความรู้ที่สำคัญต่อองค์กร เช่น ความรู้เกี่ยวกับลูกค้า ประสบการณ์ความรู้ที่สั่งสมมา
- แนวทางที่ 3 เป็นปัญหาที่องค์กรประสบอยู่ และสามารถนำ KM มาช่วยได้
- แนวทางที่ 4 เป็นแนวทางผสมกันระหว่างแนวทางที่ 1 , 2 หรือ 3 หรือจะเป็นแนวทางอื่นที่องค์กรเห็นว่าเหมาะสม
แนวทางการตัดสินใจเลือกขอบเขต KM
การตัดสินใจเลือกขอบเขต KM อาจใช้แนวทางต่อไปนี้ มาช่วยในการตัดสินใจว่า ขอบเขต KM ใดที่องค์กรจะคัดเลือกมาจัดทำแผนการจัดการความรู้ขององค์กร เช่น
- ความสอดคล้องกับทิศทางและประเด็นยุทธศาสตร์ในระดับของหน่วยงานต นเอง
- ทำให้เกิดการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดเจน หรือเป็นรูปธรรม
- มีโอกาสทำได้สำเร็จสูง (โดยพิจารณาจากความพร้อมด้านคน งบประมาณ เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร ระยะเวลาดำเนินงาน ฯลฯ)
- เป็นเรื่องที่ต้องทำ คนส่วนใหญ่ในองค์กรต้องการให้ทำ
- เป็นเรื่องที่ผู้บริหารให้การสนับสนุน
- เป็นความรู้ที่ต้องนำมาจัดการอย่างเร่งด่วน
- แนวทางอื่น ๆ ที่องค์กรเห็นว่าเหมาะสม
กระบวนการจัดการความรู้ และกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้
กระบวนการจัดการความรู้ ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. และสถานบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เสนอให้ส่วนราชการนำมาจัดทำแผนการจัดการความรู้ และสอดคล้องกับขอบเขตและเป้าหมาย KM ขององค์กร มี 2 แนวคิด คือ
- แนวคิดเรื่องกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process)
- แนวคิดเรื่องกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process)
1. แนวคิดเรื่องกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process)
เป็นกระบวนการแบบหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงขั้นตอนที่ทำ ให้เกิดกระบวนการจัดการความรู้ หรือพัฒนาการของความรู้ที่จะเกิดขึ้นในองค์กร ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้
- การบ่งชี้ความรู้ คือ การค้นหาและระบุให้ได้ว่า การที่องค์กรจะบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ขององค์กร และ คนในองค์กรจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ขณะนี้มีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใด เช่น อยู่ในเอกสาร ฐานความรู้ หนังสือเวียน หรือในตัวบุคคล และอยู่ที่ใครบ้าง เป็นต้น
- การสร้างและแสวงหาความรู้ โดยการสร้างความรู้ใหม่ที่จำเป็นต่อองค์กร การแสวงหาความรู้จากภายนอกองค์กร ( องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับความรู้ที่ต้องการเป็นพิเศษ) การรักษาความรู้เก่าที่มีอยู่และยังเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ตลอดจนการกำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว เป็นต้น
- การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ คือ การวางโครงสร้างความรู้ในองค์กรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บค วามรู้อย่างเป็นระบบในอนาคต
- การประมวลและกลั่นกรองความรู้ คือ การปรับปรุงเอกสาร โปรแกรมการจัดเก็บเอกสารให้เป็นมาตรฐาน โดยใช้รูปแบบและเนื้อหาเดียวกัน และปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำความรู้ไปใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วมา กขึ้น
- การเข้าถึงความรู้ คือ การกำหนดรูปแบบและวิธีการที่จะทำให้คนในองค์กร สามารถเข้าถึงความรู้ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรม การทำหนังสือเวียน การจัดทำ Website Web Board เป็นต้น
- การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ การที่คนในองค์กรนำความรู้ที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนกัน ทั้งในรูปแบบที่จับต้องได้ เช่น เอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ Intranet หรือในรูปแบบที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่น การจัดทีมข้ามสายงาน การจัดกิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม การจัดชุมชนแห่งการเรียนรู้ การใช้ระบบพี่เลี้ยงเพื่อสอนงาน การสับเปลี่ยนสายงาน การยืมตัว และการจัดเวทีความคิดเห็น เป็นต้น
- การเรียนรู้ คือ การที่คนในองค์กรนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาในรูปแบบและวิธีการต่ าง ๆ ไปใช้ในการปฏิบัติงาน โดยมีการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ และนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ในองค์กร
2. แนวคิดเรื่องกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process)
เป็นกรอบแนวคิดแบบหนึ่งเพื่อให้องค์กรที่ต้องการจัดการความรู้ภ ายในองค์กร ได้มุ่งเน้นถึงปัจจัยแวดล้อมภายในองค์กร ที่จะมีผลกระทบต่อการจัดการความรู้ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ดังนี้
- การเตรียมความพร้อมและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในองค์ก ร คือ ก ารเน้นให้ผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการความรู้ การแก้ไขกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่น การสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างให้โอกาสพนักงานแสดงความคิดเห็น และการส่งเสริมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เช่น การประกาศนโยบายการจัดการความรู้ให้ทุกคนทราบ เป็นต้น
- การสื่อสาร เพื่อทำให้ทุกคนในองค์กรอยากให้ความร่วมมือในการจัดการความรู้ใ นองค์กร โดยการเน้นทุกคนเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรจะทำ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน และแต่ละคนจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่าง เช่น จดหมายเวียน E-Mail Intranet เป็นต้น
- กระบวนการและเครื่องมือ เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ในองค์กร และสามารถเข้าถึง ค้นหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย สะดวก รวดเร็วมากขึ้น โดยเน้นการพิจารณาความเหมาะสมกับชนิดของความรู้ ลักษณะขนาดสถานที่ตั้งองค์กร ลักษณะการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น หากเป็นความรู้ที่เป็นเอกสาร จับต้องได้ อาจใช้หนังสือเวียน หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงความรู้ แต่ถ้าหากเป็นความรู้ที่ต้องใช้ประสบการณ์ หรือใช้ประสาทสัมผัส อาจใช้การสอนงานระหว่างทำงาน หรือประสบการณ์โดยตรงเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงความรู้ เป็นต้น
- การฝึกอบรมและการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญและหลักการของการจั ดการความรู้ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องเกี่ยวกับการกำหนดเนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย วิธีการ และการประเมินผลและการปรับปรุงการฝึกอบรม / การเรียนรู้ ซึ่งตัวอย่างหลักสูตร ได้แก่ KM Implementation ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (COP) การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม การใช้ IT เป็นต้น
- การวัดผล เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ และนำผลของการวัดมาปรับปรุงแผนและการดำเนินการให้ดีขึ้น ตลอดจนนำผลการวัดมาใช้ในการสื่อสารกับบุคลากรในทุกระดับให้เห็น ประโยชน์ของการจัดการความรู้
- การยกย่องชมเชยและให้รางวัล เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ โดยพิจารณาถึงความสอดคล้องด้านความต้องการของบุคลากร แรงจูงใจระยะสั้นและระยะยาว การบูรณาการกับระบบที่มีอยู่ การปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกิจกรรมที่ทำในแต่ละช่วงเวลา
แผนการจัดการความรู้ ... กุญแจสู่ความสำเร็จในการจัดการความรู้ในองค์กร
แผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) เป็นแผนงานที่แสดงถึงรายละเอียดการดำเนินงานของกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้องค์กรบรรลุผลตามเป้าหมาย (Desire State) ที่กำหนด
ขั้นตอนการจัดทำแผน KM
(อ้างอิงจากคู่มือการจัดทำแผนการจัดการความรู้ โดย สำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ)
- องค์กรจะต้องมีการกำหนดขอบเขตการจัดการความรู้ หรือ ขอบเขต KM (KM Focus Area) และเป้าหมาย KM (Desire State) ที่องค์กรต้องการเลือกทำ และต้องการจัดการความรู้ที่จำเป็นต้องมีในกระบวนงาน (Work Process) เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ขององค์กร
- เมื่อองค์กรได้ตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของขอบเขต KM (KM Focus Area) และเป้าหมาย KM (Desired State)แล้ว ให้นำหัวข้อเป้าหมาย KM ที่องค์กรต้องทำ มาจัดทำแผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) โดยการจัดทำแผนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรที่ทำให้เป้าหมา ย KM บรรลุผลสำเร็จ โดยการประเมินองค์กรของตนเองก่อนจัดทำแผน KM
- การประเมินองค์กรของตนเองเรื่องการจัดการความรู้ เป็นกระบวนการที่ทำให้ทราบถึงความพร้อม (จุดอ่อน - จุดแข็ง / โอกาส - อุปสรรค) ในเรื่องการจัดการความรู้ และนำผลการประเมินดังกล่าวมาใช้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการจัดทำแ ผน KM ให้ สอดรับกับเป้าหมาย KM ที่เลือกไว้ โดยองค์กรสามารถเลือกวิธีการประเมินองค์กรตนเองเรื่องการจัดการ ความรู้ที่เหมาะสมกับองค์กร ได้ดังนี้
- ใช้วิธีการประเมินองค์กรตนเองเรื่องการจัดการความรู้ KMAT (The Knowledge Management Assessment Tool : KMAT) ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประเมินองค์กรตนเองในเร ื่องการจัดการความรู้ และให้ข้อมูลกับองค์กรว่ามีจุดอ่อน-จุดแข็ง / โอกาส-อุปสรรค ในการจัดการความรู้เรื่องใดบ้าง โดยเครื่องมือนี้แบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้
- หมวด 1 กระบวนการจัดการความรู้
- หมวด 2 ภาวะผู้นำ
- หมวด 3 วัฒนธรรมในเรื่องการจัดการความรู้
- หมวด 4 เทคโนโลยีการจัดการความรู้
- หมวด 5 การวัดผลการจัดการความรู้
- ใช้วิธีอื่น ๆ ในการประเมินองค์กรตนเองเรื่องการจัดการความรู้ เช่น แบบสอบถาม รายงานผลการวิเคราะห์องค์กร เป็นต้น
การประเมินองค์กรตนเองดังกล่าว จะต้องเป็นการระดมสมองกันภายในองค์กรเอง โดยอย่างน้อยจะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขอ บเขต KM และเป้าหมาย KM เข้าร่วมการประเมินองค์กรด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้จากการประเมินตนเองเรื่องการจัดการความรู้ จะต้องเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับขอบเขต KM และเป้าหมาย KM ซึ่งจะทำให้การจัดทำแผนการจัดการความรู้สามารถสอดรับกับผลลัพธ์ ที่ได้จากการประเมิน และส่งผลให้เป้าหมาย KM บรรลุผลสำเร็จตามแผนที่กำหนด
- ใช้วิธีการประเมินองค์กรตนเองเรื่องการจัดการความรู้ KMAT (The Knowledge Management Assessment Tool : KMAT) ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประเมินองค์กรตนเองในเร ื่องการจัดการความรู้ และให้ข้อมูลกับองค์กรว่ามีจุดอ่อน-จุดแข็ง / โอกาส-อุปสรรค ในการจัดการความรู้เรื่องใดบ้าง โดยเครื่องมือนี้แบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้
- นำผลการประเมินตนเองที่ได้ มาจัดทำแผนการจัดการความรู้ หรือ แผน KM ตามกระบวนการจัดการความรู้ และกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดยให้ระบุถึง
- กิจกรรมต่าง ๆ ตาม กระบวนการจัดการความรู้ (7ขั้นตอน) และกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง (6 องค์ประกอบ)
- วิธีการสู่ความสำเร็จ
- ตัวชี้วัดความสำเร็จ
- เป้าหมาย
- วัสดุ อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- งบประมาณดำเนินการ
- ผู้รับผิดชอบการดำเนินการ
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดทำ แผนการจัดการความรู้ โดยมีการกำหนดขอบเขต KM หรือกำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานเพื่อ สนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ขององค์กร ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 ดังนี้
แผนการจัดการความรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 มุ่งเน้นการจัดการความรู้เกี่ยวกับ
- "การส่งเสริม อปท. ในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับแผนชุมชน"
แผนการจัดการความรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 มุ่งเน้นการจัดการความรู้เกี่ยวกับ
- "การส่งเสริม อปท. ในการดำเนินการตามโครงการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน"
- "การตรวจติดตามการจัดระบบควบคุมภายในของ อปท. ตามระเบียบ คตง. ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง"
ตัวอย่าง ***การดำเนินการการจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553
